แทงบอลออนไลน์ แทงบอลวันนี้ บนมือถือ รับโบนัสฟรี

แทงบอลออนไลน์ แทงบอลวันนี้ แทงบอลฟรี แทงบอลไม่มีขั้นต่ํา แทงบอลผ่านมือถือ แทงบอลสด บริการโดยตรง ไม่ผ่านตัวแทน ฝาก-ถอนไว ปลอดภัย 100% สมัครครั้งแรกรับโบนัสฟรี

ประวัติที่มาของฟุตบอลโลก

1 min read
World-Cup-History-sbobet404

ฟุตบอลโลก หรือ ‘FIFA World Cup’ จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1930 เมื่อ FIFA ซึ่งเป็นองค์ฟุตบอลของโลกตัดสินใจที่จะจัดการแข่งขันฟุตบอลชายระดับนานาชาติ ภายใต้ยุคของประธานฟีฟ่า Jules Rimet ผู้ซึ่งเป็นคนที่วางแนวคิดนี้เอาไว้ โดยเริ่มจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1930 ภายในงานแข่งมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันรอบที่ได้รับเชิญจากฟีฟ่า 13 ทีม จากประเทศต่างๆ ตั้งแต่นั้นมาฟุตบอลโลกก็ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายต่อสายตาคนทั่งโลก และมีผู้ให้ความสนใจกับการแข่งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้การแข่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการปรับรูปแบบใหม่ เป็นรูปแบบการแข่งขัน 32 ทีมสุดท้ายอย่างในปัจจุบัน หลังจากผ่านกระบวนการคัดเลือก 2 ปี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 ทีมจากทั่วโลก

การแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาตินั้น มีเกิดขึ้นมานาแล้วก่อนที่จะมีการแข่งฟีฟ่าขึ้น โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 1872 ในเมืองกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์และประเทศอังกฤษ แต่ในยุคนี้การเล่นฟุตบอลมักจะพบเห็นได้ยากถ้าไม่ได้อยู่ในแถบบริเตนใหญ่ เมื่อเข้าศตวรรษที่ 20 กีฬาฟุตบอลได้รับความสนใจจากผู้คนมากขึ้น มันกลายเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก และในที่สุดสมาคมฟุตบอลแห่งชาติได้ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเป็นผู้ที่จัดการแข่งขันระดับประเทศระหว่างอุรุกวัย และอาร์เจนตินาในมอนเตวิเดโอเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1902 กระทั่งสมาคมฟุตบอลฟีฟ่า (The Fédération Internationale de Football Association) ถูกก่อตั้งขึ้นในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1902 ประกอบด้วยสมาคมฟุตบอลจากฝรั่งเศสเบลเยี่ยม, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, สเปน, สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ โดยเยอรมนีให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมในภายหลัง

news-World-Cup-History-sbobet404

เมื่อฟุตบอลเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงมีการโต้แย้งถึงความเหมาะสมที่จะยกระดับให้เป็นกีฬาโอลิมปิก ซึ่งมันก็ได้เป็นที่รับยอมรับในโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1900 กับ 1904 เช่นเดียวกับในเกม กีฬาโอลิมปิกซ้อน 1906 ก่อนที่จะกลายเป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการภายใต้การดูแลของฟีฟ่า จัดขึ้นโดยสมาคมฟุตบอลของอังกฤษ โดยรายการแข่งนี้มีไว้สำหรับผู้เล่นมือสมัครเล่นเท่านั้น หลายคนแสดงความคิดเห็นว่าการแข่งดูเป็นเหมือนการแสดงมากกว่าการแข่งขันเสียมากกว่า อย่างไรก็ตามทีมฟุตบอลสมัครเล่นทีมชาติอังกฤษก็เป็นฝ่ายชนะการแข่งขันในปี 1908 และ 1912

ฟีฟ่ามีความพยายามที่จะจัดการแข่งฟุตบอลโลกขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยจัดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศที่อยู่นอกกรอบโอลิมปิกในปี 1906 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่มีความพร้อมในการจัดการแข่งขันนี้ขึ้น จึงลงความเห็นเอาไว้ว่ามันเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยังคงมีการแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องระหว่างทีมนักกีฬาสมัครเล่น การแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับทีมงานมืออาชีพก็เริ่มปรากฏขึ้นเช่นกัน Torneo Internazionale Stampa Sportiva ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองตูรินในปี 1908 กับการแข่งชิงถ้วย Sir Thomas Lipton Trophy ที่จัดขึ้นในตูรินด้วยเช่นกัน การแข่งขันทั้งสองเป็นการแข่งขันกันระหว่างแต่ละสโมสร (ไม่ใช่ทีมชาติ) ซึ่งเป็นตัวแทนของทั้งประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ถูกยกย่องให้เป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ แต่ถึงกระนั้นหลายคนก็ยังมองว่า Thomas Lipton Trophy เป็นถ้วยฟุตบอลโลก กระทั่งในปี 1914 ฟีฟ่าตกลงที่จะยอมรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสำหรับมือสมัครเล่น โดยจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดงาน สิ่งนี้นำไปสู่การแข่งขันฟุตบอลข้ามทวีปครั้งแรกของโลกในโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1920 โดยผู้ที่คว้าแชมป์ในปีนั้นไปก็คือเบลเยียม

World-Cup-History-sbobet404-news

จุดเริ่มต้นของการแข่งขันฟุตบอลโลก

ในปี 1930 ฟีฟ่าได้ตัดสินใจที่จะจัดการแข่งขันระดับนานาชาติขึ้นเอง หลังจากที่โอลิมปิกฤดูร้อนปี 1932 ที่จัดขึ้นในลอสแองเจลิสนั้น ไม่ได้วางแผนที่จะรวมฟุตบอลเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน เนื่องจากความนิยมในการเล่นกีฬาฟุตบอลในสหรัฐอเมริกานั้นยังไม่มีมากพอ Jules Rimet ประธานฟีฟ่าจึงออกมาวางแผนจัดแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น โดยวางแผนให้อุรุกวัยที่เป็นแชมป์โลกสองสมัยอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังเป็นช่วงประจวบเหมาะในวันครบรอบหนึ่งร้อยปีของการประกาศอิสระภาพในปี 1930 เป็นเจ้าภาพในการจัดงานแข่งฟุตบอลโลกขึ้น

พวกเขาเริ่มเชิญประเทศต่างๆ ให้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ แต่การเลือกประเทศอุรุกวัยเป็นสถานที่สำหรับการแข่งขัน หมายความจะมันจะเป็นทริปการเดินทางที่ยาวนาน รวมถึงมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ไม่มีประเทศในยุโรปที่ให้คำมั่นว่าจะส่งทีมจนกว่าจะถึงสองเดือนก่อนที่จะเริ่มการแข่งขัน ซึ่งระหว่างนี้ที่ประธานฟีฟ่าเองก็ไปชักชวนทีมจาก เบลเยียม ฝรั่งเศส โรมาเนีย ฮังการี และยูโกสลาเวียตัดสินใจเดินทางมาร่วมแข่งได้ในที่สุด สรุปโดยรวมแล้วมีทั้งหมด 13 ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งในครั้งนี้ 7 ประเทศมาจากอเมริกาใต้ 4 ประเทศมาจากทวีปยุโรป สุดท้ายที่เหลือ 2 ประเทศมาจากอเมริกาเหนือ

ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สองจัดขึ้นใกล้กัน โดยฝรั่งเศสกับสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ชนะเม็กซิโก 4-1 กับเบลเยียม 3-0 ตามลำดับ สำหรับผู้ที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกคือนักเตะชาวฝรั่งเศสชื่อ Lucien Laurent หลังจากนั้นก็ตามมาด้วย Baer Patenaude แห่งสหรัฐอเมริกาที่สามารถทำแฮททริกได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะอุรุกวัยไป 3-0 ก่อนที่อุรุกวัยแพ้อาร์เจนตินา 4-2 ต่อหน้าฝูงชนกว่า 93,000 คนในมอนเตวิเดโอที่จะกลายเป็นประเทศแรกที่ชนะฟุตบอลโลก